คอมเพรสเซอร์แอร์กลางแดดสมุย ต้องมีที่บังแดดไหม?

เดินดูวิลล่าหรือคอนโดที่สมุยแทบทุกหลัง จะเห็นคอมเพรสเซอร์แอร์ (คอยล์ร้อน) ติดอยู่บนผนังหรือวางบนแท่นปูน โดยไม่มีอะไรบังแดดเลย เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ไม่เคยคิดเรื่องนี้จนกว่าเครื่องจะเริ่มทำงานหนักในช่วงที่แดดแรงที่สุดของวัน แดดจัดที่สมุยเป็นปัจจัยจริง ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม
ทำไมแดดถึงมีผลกับคอมเพรสเซอร์
คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่ระบายความร้อนจากในบ้านออกสู่อากาศภายนอก คอยล์และพัดลมถูกออกแบบมาให้ทำงานเทียบกับอุณหภูมิอากาศรอบข้าง แต่ที่สมุย อุณหภูมิอากาศบริเวณผนังที่โดนแดดตรงโดยเฉพาะผนังทิศตะวันตกในช่วงบ่าย อาจสูงกว่าอากาศในที่ร่มใกล้ๆ หลายองศา ยิ่งอากาศรอบเครื่องร้อนมากเท่าไหร่ คอมเพรสเซอร์ก็ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ได้อุณหภูมิในบ้านเท่าเดิม
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่กับเครื่องราคาถูก แม้แต่ระบบอินเวอร์เตอร์คุณภาพดีก็เสียประสิทธิภาพได้ ถ้าคอยล์ร้อนต้องตากแดดวันละหกถึงแปดชั่วโมง โดยเฉพาะเครื่องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งรับแดดบ่ายที่แรงที่สุด
แดดตรงทำให้ค่าไฟสูงขึ้นได้อย่างไร
คอมเพรสเซอร์ที่ต้องทำงานหนักขึ้นก็ใช้กระแสไฟมากขึ้น ง่ายๆ แค่นั้น เมื่อสะสมเป็นสัปดาห์เป็นเดือน ก็จะเห็นผลเป็นค่าไฟที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องที่เปิดใช้เกือบทั้งวัน เช่น ในห้องทำงานที่บ้าน ห้องรับรองแขก หรือวิลล่าที่ผู้เช่าชอบความเย็นจัด แดดมักไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟสูง คอยล์สกปรกหรือเครื่องขนาดเล็กเกินไปมักมีผลมากกว่า แต่แดดจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่แทนที่
ความเสียหายจากแดดที่มากกว่าเรื่องประสิทธิภาพ
ความร้อนและรังสียูวีทำให้เกิดผลเสียมากกว่าแค่ทำให้เครื่องทำงานช้าลง:
- ตัวเครื่องพลาสติก จะกรอบและแตกเร็วขึ้นจากยูวีต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้งานมาหลายปีแล้ว
- ยางรองและปะเก็น รอบสายไฟและท่อจะแห้งและแตก ทำให้น้ำฝนซึมเข้าไปได้
- สีและสารเคลือบบนครีบคอยล์ จะซีดและบางลง เปิดทางให้สนิมกัดกร่อนได้ง่ายขึ้น ซึ่งไอเค็มจากทะเลก็เร่งให้เกิดสนิมอยู่แล้ว
- คาปาซิเตอร์ (คอนเดนเซอร์ไฟฟ้า) จะร้อนขึ้นภายในตัวเครื่องที่โดนแดดอบอยู่แล้ว และความร้อนคือปัจจัยหลักที่ทำให้คาปาซิเตอร์เสื่อมเร็วที่สุด
เราเคยเปลี่ยนคาปาซิเตอร์ให้เครื่องที่อายุใช้งานแค่สามปี ซึ่งตั้งอยู่กลางแดดบ่ายบนผนังทิศตะวันตก ในขณะที่เครื่องรุ่นเดียวกันที่อยู่ในที่ร่มยังทำงานดีแม้ผ่านมาหกเจ็ดปีแล้ว
ที่บังแดดแบบดี กับแบบที่ไม่ควรทำ
การบังแดดให้เครื่องช่วยได้จริง แต่ต้องทำให้ถูกวิธี มีข้อควรจำดังนี้:
- เว้นที่ให้อากาศไหลเวียน คอยล์ร้อนต้องการอากาศไหลเข้าด้านข้างและออกด้านบนได้อย่างอิสระ หลังคาบังแดดที่ปิดกั้นการไหลเวียนอากาศ จะสร้างปัญหามากกว่าแดดเสียอีก
- หลังคาคลุมด้านบนดีกว่าการสร้างกล่องปิดล้อม หลังคาหรือกันสาดง่ายๆ ที่สูงกว่าตัวเครื่องสัก 30 ซม. ขึ้นไป ช่วยกันแดดตรงได้โดยไม่กระทบการไหลเวียนอากาศ การสร้างตู้หรือกรงล้อมรอบเครื่องเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อย เพราะอากาศร้อนจะอัดอยู่ข้างในและทำให้คอมเพรสเซอร์ร้อนเกินไป
- อย่าฉีดน้ำใส่เครื่องที่ร้อนเพื่อลดความร้อน เจ้าของบ้านบางคนฉีดน้ำใส่เครื่องนอกบ้านตอนบ่ายที่ร้อนจัด แต่การเปลี่ยนอุณหภูมิแบบฉับพลันกับชิ้นส่วนไฟฟ้าและแรงกระแทกความร้อนต่อคอยล์นั้นไม่คุ้มกับประโยชน์เล็กน้อยที่ได้
- ควรวางแผนเรื่องผนังทิศตะวันออกหรือที่ร่มตั้งแต่ตอนติดตั้ง ถ้ากำลังจะติดตั้งระบบใหม่ ช่างมักหาตำแหน่งที่โดนแดดแค่ตอนเช้าหรือไม่โดนเลยได้ โดยไม่ต้องเดินท่อไกลขึ้นมากนัก
วิธีเช็คเบื้องต้นด้วยตัวเอง
สามารถประเมินคร่าวๆ ได้ว่าแดดเป็นปัญหาจริงกับเครื่องของคุณหรือไม่ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ:
- ลองแตะผนังหลังเครื่องช่วงบ่าย ถ้าร้อนจนวางมือไม่ได้ แสดงว่าเครื่องก็เจอความร้อนแบบเดียวกัน
- สังเกตว่าเครื่องเสียงดังกว่าปกติหรือใช้เวลานานกว่าจะเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ในวันแดดจัด เทียบกับวันที่มีเมฆมาก
- ดูตัวเครื่องว่ามีสีซีด คราบด่างขาว หรือรอยแตกเล็กๆ หรือไม่ ซึ่งบ่งบอกถึงการโดนยูวีสะสมมาหลายปี
เมื่อไหร่ควรเรียกช่าง
แค่บังแดดอย่างเดียวแก้ปัญหาเครื่องที่เสื่อมอยู่แล้วไม่ได้ ถ้าเครื่องของคุณตัดๆ ต่อๆ บ่อย เบรกเกอร์ตัด หรือไม่เย็นในช่วงบ่ายที่ร้อน นั่นมักเป็นสัญญาณของปัญหาอื่น เช่น คอยล์สกปรก น้ำยาแอร์พร่อง หรือคาปาซิเตอร์เสีย ส่วนแดดเป็นเพียงตัวซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว ช่างสามารถตรวจสภาพจริงของเครื่องและบอกได้ว่าคุ้มไหมที่จะสร้างที่บังแดด หรือจริงๆ แล้วต้องซ่อมหรือเซอร์วิส
ถ้ากำลังวางแผนทำหลังคาบังแดดง่ายๆ ให้คอมเพรสเซอร์ หรืออยากให้ช่างตรวจว่าแดดส่งผลกับเครื่องของคุณไปแล้วแค่ไหน จองช่างแอร์ ได้เลย